ตัวอย่างเกี่ยวกับการจับชีพจรเพื่อวินิจฉัยโรค

การจับชีพจรเพื่อวินิจฉัยโรค
             1.โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โดยทั่วไปชีพจรจะลอยสูงเต้นเร็วเกินไป ความดันโลหิตสูง ชีพจรก็จะยิ่งเต้นเร็วเป็นเงาตามตัว ดังนั้นโรคหัวใจกับความดันโลหิตสูง จึงเกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิด ชีพจรของคนปกติจะเต้นอยู่ระหว่าง 60-80 ครั้งต่อนาทีมีการเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเต้นอย่างลึกๆและอย่างมีแรงส่วนผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ผู้สูงอายุและผู้ที่มีร่างกายที่อ่อนแอ่ การเต้นของชีพจรจะเต้นอยู่ระหว่าง 60 ครั้งต่อนาที แต่เต้นอ่อนและผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตต่ำการเต้นของชีพจรจะมีการเต้นต่าำเช่นกัน
            2. โรคประสาท โรคจิต โรคไต ชีพจรจะเต้นเร็วบ้างช้าบางไม่สม่ำเสมอ
            3. โรคเกี่ยวกับโลหิต เกี่ยวกับน้ำเหลือง ชีพจรเต้าช้ามีแแรงอ่อนมาก จนกระทั้งดูคลำจนรู้สึกว่าหัวใจไม่เต้น บางรายชีพจรทางด้านซ้ายทางด้านขวาเต้นไม่เหมือนกัน เมื่อชีพจรทางซ้ายขวาขัดกันเช่นนี้ การหมุนเวียนของโลหิตก็ย่อมจึงติดขัด
           4. โรคอัมพาต คนที่เป็นลม มนักมีชีพจรทั้ง 2 ข้างต่างกันบางราย การเต้นของชีพจรแต่ล่ะข้า่งแตกต่างกันถึคง 20 ครั้งต่อนาที ซึ่งเกี่ยวโยงกับโรคไขข้ออักเสบเหมือนกัน เมื่อข้างหนึ่งทางเดินของเลื่อดติดขัดไม่สะดวก อีกข้างหนึ่งก็มีกำลังกดดันมากขึ้น
           โรคดังกล่าว เหล่านี้สามารถรักษาให้หายได้โดยการบริหารแกว่งแขนทั้งสิ้น

Read »

ช่วงเวลาอันตรายและควรปฎิบัติทุกวัน

      ช่วงเวลาอันตราย
      ช่วงตีห้าถึงเจ็ดโมงเช้า เป็นช่วงเวลาของลำใส้ใหญ่ ซึ่งมีหน้าที่ขับถ่ายอุจจาระออกไป แต่คนเรามักจะไม่ค่อยตื่นในช่วงเวลานี้ ซึ่งเป็นเวลาที่ลำไส้บีบอุจจาระลง เมื่อตื้นจึงต้องบีบขึ้นเมื่อไม่ถ่ายต้อนเช้าลำไส้ใหญ่จึงรวน ดูอย่างไรถึงจะรู้ว่าลำไส้รวนจะมีอาการปวดหัวไหล้ กล้ามเนื่อเพดานจะหย่อน แล้วทำให้นอนโกนในที่สุด ในรายที่ลำไส้ใหญ่ผิดปกติ ครวตื่นนอนก่อนตีห้าแลัวไปขับถ่าย ถ้าไม่ถ่ายให้ดื่มน้ำอุ่น 2 แก้วถ้ายังไม่ถ่ายใหเดื่มน้ำผึ่งผสมมะนาว และกดจุข้างจมูกช่วย คนที่ขับถ่ายยากต้องกินอาหารตอนเช้า ดื่มกาแฟเพียงแก้้วเดียวก็อิ่ม ร่างกายจะดูดอาหารตกค้าง ซึ่งจะกำลังขับออกมาเป็นอุจจสระ กลับเข้ากระเพราะใหม่ เ่ท่ากับ กินกาแฟ แกล้มอุจจาระ 
      ช่วงเจ็ดโมงถึงเก้าโมงเช้า กระเพราะอาหารจะทำงานเต็มที่ช่วงนี้้ ถ้าไม่รับประทานอาหารเช้า อุจจาระจะถูกดูดกลับมายังกระเพาะอาหาร กลิ่นตัวจะเหม็น ถ้าเราขับถ่ายออกหมดเกลี้ยงเกลา จะไม่มีกลิ่นตัวเท่าไหร่ อย่างน้อยขอให้มี โยเกริ์ต+นมสด+น้ำผึ้ง+มะนาว ก็จะได้สารอาหารเพียงพอ ในเมื่อเช้าแล้ว สูตรนี้ได้มาจากพระไตรปิฎก บำรุงกระเพาะสมองดี

เขียนโดยผู้ดูแลเว็บ
Read »

วิธีดื่มน้ำรักษาโรค ต่างๆ

    วิธีดื่มน้ำรักษาโรค ต่างๆ
      ในเร็วๆนี้ มีคนมากมายส่งเสริมวิธีดื่มน้ำ เพื่อให้ร่างกาย มีสุขภาพสมบูรณ์ นี่เป็นแบบนิยมอันดีงามอย่างหนึ่ง ชีวิตที่ดำรงอยู่ได้นอกจากอากาศที่บริสุทธิ์ก็คือน้ำ น้ำหนักตัวของคนเรา 2 ใน 3 ส่วน เป็นน้ำจึงมีคนว่าคนประกอบด้วยน้ำ อันที่จริงสามารถปรับอุณหภูมิในร่างกายได้ของคนได้ สามารถทำให้ไต ทำงานเป็นบ่อยๆ ขับถ่ายสิ่งโสโครก ให้ออกจากร่างกายได้ นายแพทย์แนะนำบ่อยๆ ว่าดื่มน้ำให้มากๆทุกๆวัน
      วิธีดื่มน้ำรักษาโรคต่างๆ ตามที่ได้ทดสอบมาแล้วได้ผล ตื่นเช้าลุกขึ้นไม่ล้างหน้า ไม่บ้วนปากแล้วดื่มน้ำสุก 5 แก้ว( ขวดวิสกี้บรรจุได้ 3 แก้ว) หรือน้ำหนักของน้ำ 1.26 กก. เท่ากับ 5 แก้วรวดเดียว จะรู้สึกหายใจอึดอัดไปหน่อย หลังจากนั้นจะปัสวะบ่อยๆ การปฎิบัติยากลำบากเช่นนี้ หากผู้ที่ไม่มีความเชื่อมั้นอาจจะเลิกเสียกลางคัน ผู้ที่ใช้สมอง ทั้งวันทั้งจคืน ในธุรกิจการค้า หาเวลาว่างไปออกกำลังกายมิได้ ทุกเช้าควรปฎิบัติ ดื่มน้ำรักษาโรคแทนการออกกำลังกาย เชื่อมั้นว่าจะต้องปราศจากโรค ชีวิตยั่งยืนอย่างไม่ต้องสงสัย ในระยะนี้มีผู้ใจบุญพิมพ์คำ อธิบายวิธีการดื่มน้ำรักษาโรคต่างๆส่งให้กับเพื่อนฝูง เพื่อนที่ได้รับ รู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง
      วิธีดื่มน้ำรักษาโรคของ จีนนี้เปิดเผยให้ผู้อ่านได้มีโอกาสได้ค้นคว้าและทดลองดู ซึ่งวิธีดื่มน้ำรักษาโรคต่างๆ ได้เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ แต่ความเป็นจริงได้ผลอย่างนี้แน่นอน เนื่องจากทำให้ลำไส้ใหญ่ผลิตโลหิตใหม่มากขึ้น ซึ่งโลหิตใหม่นี้ผลิตจากฝอยคล้ายสักหลาดที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ดูดธาตุต่างๆ จากอาหารผลิตให้เป็นเม็ดโลหิตคนบางส่วนเนื่องลำไส้เคลื่อนไหวไม่เต็มที เป็นเห็นให้โลหิตจาง มีอาการรู้สึกเพลีย และเป็นโรคเป็นการรักษายาก ลำไส้ใหญ่ของผู้ใหญ่ยาว 8 เมตร ทำหน้าที่ดูดธาตุต่างๆจากอาหาร ถ้าลำไส้ใหญ่สะอาดอาหารที่ได้รับประทานเข้าไปผ่านการย่อยแล้วดูโไปผลิตให้เป็นโลหิตใหม่เป็นการเร่งให้เกิดพลังงานในร่างกายให้สมบูรณ์มากขึ้น โรคต่างๆจะหายไปเองอายุก็ยั่งยื่น

เรียบเรียงโดยผู้ดูแลบล๊อก

Read »

การกิน และกินอย่างไรให้สุขภาพดี

กินอย่างไรให้สุขภาพดี
คนมีสุขภาพดีตามหลัก
ความบกพร่องทางรูปกาย มีสาเหตุ 4 ประการคือ
1 เกิดจากกรรม บางคนแก้หรรมก็หายป่วยได้
2 เกิดจากจิต เป็นวิธีคิดของบางคนทำให้ตัวเองป่วยได้ เช่นความโกรธ คนที่โกรธบ่อยๆ จะทำให้ตับเสื่องและเป็นสาเหตุของการเป็นมะเร็ง ทำไหมจึงโกรธ เพราะมีสารอาดรีนาลินเยอะ ทำไมจึงมีสารนี้มาก เพราะกินเนื่อสัตว์ สัตว์รู้ตัวว่าจะถูกเข้าฆ่า ร่างการของมันจะหลั่งสารพวกนี้ออกมาเพื่อกล่อมประสาท ซึ่งเป็นสารพิษนี้ยังคงตกค้างอยู่ในเนื่อสัตว์ที่เข้าชำแหละ แม้จะนำไปนต้มหรือทอด สารนี้ก็ยังตกค้างอยู่ ถ้าสารตัวนี้สะสมมากๆในร่างกายคนเรา จะทำให้ฝันเหมือนวิ่งหนีเพราะถูกไล่ฆ่า
     วิธีคิดคนเราสามารถทำให้หายป่วยได้ หรือการแสดงอาการต่างๆ เช่น โกรธน้อยใจ ไม่ได้ตั้งใจ งอล จะป่วยเป็นโรคสรวงอก มักจะเป็นคนขี้น้อยใจ
3 เกิดจากเหตุ อุตุ ในพระไตรปิฎกแปลว่า พลังงานการไหลเวียนในร่างกายไม่ดีอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เกี่ยวกับการกินอุตุแบ่งเป็น 2 แบบคือ
   - อัฌฌัตตุ ( พลังที่ไหลเวียนในร่างกาย
   - พหิทธอุตุ พลังงานที่มาจากภายนอก แล้วซมซับ เข้ามาในร่างกายมีเซลล์ประสาทเซื่อมโยงจากสมอง ในสมองคนมีอนุภาคแม่เหล็ก 7,000 ชิ้น จากสมองมีสาบคล้องกับสายไฟโยงใยไปทั่วร่างกาย เรียกว่าเซลล์ประสาท ข้างในเซลล์มีโพรงตรงกลาง มีประจุไฟฟ้าบวก รอบนอกมีประจุไฟฟ้าลบ ประจุไฟฟ้าลบมีหน้าที่ไล่จับอนุมูลอิสระ ต่อต้านเชื่อโรค ถ้ามีประจุไฟฟ้าเยอะจะไม่ค่อยป่วย
Read »

Copyright © กายบำบัดโรค

Designed by