Latest Releases

สมุนไพรรักษาโรคพยาธิ


แก้ว

ชื่ออื่น กะมูนิง แก้วขาว (ภาคกลาง) แก้ว ขี้ไก่ (ยะลา) แก้วพริกตะไหลแก้ว (ภาคเหนือ) แก้วสาย (สระบุรี)จ๊าพริก (ลำปาง)

      ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ไม่เกิน 10 เมตร ไม่ผลัดใบ ใบ เป็นใบประกอบ ผิวใบมันเข็ม และเป็นมันทั้งสองด้าน ดอก ช่อ ออกเป็นกระจุก สีขาว ร่วงง่าย มีกลิ่นหอมมาก ผล สดกลมรี หรือรูปไข่ ปลายสอบเล็กน้อย ที่เปลือกมีต่อมน้ำมันเห็นได้ชัด กว้าง 5-8 มม. ยาว 0.8-1 ซม. ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกสีแดง เมล็ดรูป ไข่ปลายสอบ มีขนสั้นๆ อยู่รอบๆเม็ด กว้าง 4-6 มม.ยาว 6-9 มม. สีขาวขุ่น มีจำนวน 1-2 เมล็ดต่อผล

     ก้านและใบ  เก็บได้ตลอดปี ใช้สดหรือตากแห้งเก็บไว้
   
    ราก เก็บในฤดูหนาว เอกดินออกล้างให้สะอาด หั่นให้เป็นแผ่นแล้วนำไปตากแดดจัดแล้วเก็บไว้ใช้

     สรรพคุณ
      ก้านและใบ  รสเผ็ด สุขุม ขม ใช้เป็นยาชา ระงับปวด แก้ผืนค้นที่เกิดขึ้นจากที่ชื้น แก้แผลเจ็บปวดจากการกระทบกระแทก ต้มแล้วนำมาอมแก้ปวดฟันก็ได้

     ราก รสเผ็ด ขม สุขุม ใช้แก้ปวดเอว แก้ผืนคันที่เกิดจากที่ชื้น และแมลงสัตว์กัดต่อย

     ใบ  ขับพยาธิตัวตืด แก้บิด แก้ท้องเสีย

     ราก , ใบ  เป็นยาขับประจำเดือน
 
     ดอก , ใบ  ช่วยย่อย แก้ไขข้ออักเสบ แก้ไอ เวียนศรีษะ

     ผลสุก รับประทานเป็นอาหารได้

วิธีต้มรับประทานขับพยาธิ แก้บิด ท้องเสีย
 
    - ใช้ก้านและใบสด 10-15 กร้ม ต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว คี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วยแก้ว รับประทานวันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า-เย็น

    - ใช้ดองเหล้า่ ดื่มแต่เหล้า ครั้งละ 1 ถ้วยตะไล (25-30 มิลลิลิตร )ใช้เป็นยาขับประจำเดือน

    - ใช้รากแห้ง 10-15 กร้ม ( สด 30-60 กร้ม ) ต้มกับน้ำ 2 ถ้วย แก้ว เคี่ยวให้เหลือ 1 แก้ว รับประทานวันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร เช้า-เย็น

เรียบเรียงโดย กายบำบัดโรค
ขอขอบคุณรูปภาพจาก
http://www.thaigoodview.com
Read »

โรคพยาธิต่างๆ


      โรคพยาธิต่างๆ


   
     โรคพยาธิไส้เดือน เกิดจาก การกินผัก อาหารหรือน้ำดื่มที่มีไข่พยาธิปนมาด้วย เม่อไข่พยาธิถูกกลืนเข้าสู่ร่างกายหรือกระเพาะอาหารและลำไส้ เล็กแล้วตัวอ่อนที่อยู่ในไข่ก็จะออกมาและไชทะลุถุงลมปอดเข้าไปฟักตัวและเจริญเติบโต หลังจากนั้นก็จะคลานตามหลอดลม จนถึงลิ้นไก่บริเวณหลอดอาหารที่จะกลืนลงกระเพาะอาหารแล้วเจริญเป็นตัวแก่ในลำไส้เล็กต่อไปค่ะ
     อาการ มักจะไม่มีการแสดงออกอย่างชัดเจน แต่ร่างกายจะถูกพยาธิแย่งสารอาหารไป เป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยมีสติปัญญาเสื่อม และร่างกายอ่อนแอ ไม่เจริญตามวัยเท่าที่ควร ผอมแห้งแรงน้อย หัวโตพุ่งโรก้นปอด และหากพยาธิไชเข้าปอด จะทำให้ปอดอักเสบ แล้วมีไข้สูง ไอ
   
    โรคพยาธิมีดงนี้
   
     1.โรคพยาธิเส้นด้าย สาเหตุ มีไข่ระยะติดต่ออยู่ที่มือ และไข่พยาธิอาจหลุดมาติดกับเสื้อผ้า และเครื่องใช้ต่างๆเข้าสู่ปาก
     อาการ เกิดความรำคาญขณะที่พยาธิมาวางไข่ที่ปากทวารหนัก ถ้าเป็นผู้หญิง ตัวพยาธิอาจเข้าสู่ช่องคลอด ได้

     2.โรคพยาธิปากขอ อาการ ถ้ามีพยาธิปากขอในร่างกายจำนวนไม่มาก จะไม่พบอาการ แต่ถ้าหสกมีจำนวนมาก จะทำให้เสียเลือดมาก ร่างกายอ่อนเพลีย สติปัญญาเสื่อม เกิดอาการคันเวลาที่ตัวอ่อนไช และถ้าเกาจะเกิดเป็นแผล ระหว่างที่ตัวอ่อนอยู่ในปอดและไชทะลุถุงลมปอด ผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนปอดบวมอยู่เป็นระยะ

     3.โรคพยาธิใบ้ไม้ในตับ อาการเมื่อรับประทานอาหารสุกๆดิบๆ ที่มีพยาธิใบไม้ในตับระยะติดต่อเข้าไปในเวลาประมาณ 1 เดือน จะเริ่มแสดงอาการของโรคออกมาและมีความรุนแรงมากขึ้น

     4.แบน อาการ บางครังพยาธิจะคลานออกมาทางทวารหนักในขณะที่ไม่รู้ตัวเลยนะค่ะ ทำให้อายได้ พยาธิชนิดนี้จะแย่งกินอาหารโดยเฉพาะจำพวก คาร์โบไฮเรต จึงทำให้เรารู้สึกหิวง่าย อาการทางประสาท นอนไม่ค่อยหลับ เวียนหัว ปวดท้อง เป็นต้น

เรียบเรียงโดย กายบำบัดโรค
ขอขอบคุณรูปภาพจาก  www.siamrath.co.th
Read »

สมุนไพรรสขมรักษาโรคหัวใจ

การะเกด
     ลักษณะทางพฤกษศาสตร์:เป็นไม้พุ้มกึ่งไม้ต้น มีความสูง 3-7 เมตร ลำต้นของเขาจะแตกกิ่งก้านสาขา มีรากค่อนข้างยาว และใหญ่  ใบเดี่ยวเรียงกันสลับเรียงกันเป็น 3 เกลียวที่ปลายกิ่ง รูปร่างน้ำ กว้าง 0.7-2.5 ซม. ยาวถึง 9 ซม. ค่อยๆเรียงแหลมไปหาปลาย ข้างใบมีหนามแข็งยาวประมาณ 0.2-1 ซม. แผ่นใบด้านล่างมีนวล
   
    ดอกแยกเพศ อยู่ต่างต้นกัน ออกตามปลายยอดมีจำนวนมาก ติดบนแกนของซ่อ ไม่มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก ซ่อดอกเพศผู้ตั้งตรงยาง 25-60 ซม. มีกาบสีนวลหุ้ม กลิ่นหอม เกสรเพศผู้ติดอยู่บนก้าน ซึ่งยาว 0.8 - 2 ซม. ซ่อดอกของเพศเมียค่อยข้างจะกลม ประกอบด้วยเกษรเพศเมียเซื่อมติดกัน 2-5 อันเป็นกลุ่ม 5-12 กล่ม แต่ละกลุ่มกว้าง 2-5 ซม. มีความยาว 3-7 ซม. ปลายหยักตื้นเป็นร่องระหว่างเกษรเพศเมีย ยอดเกษรเพศเมียงเรียงเป็นวง ผลเบียดกันแน่นเป็นก้อนกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 10-20 ซม. แต่ละลูกกว้าง 2-6.5 ซม. ยาว 4-7.5 ซม. เมื่อสุกแล้วจะมีสีเหลือง ตรงกลางสีแสด ตรงปลายยอดสีน้ำตาอมเหลือง ผลที่สุกแล้วมีโพรงอาการจำนวนมาก
    สรรพคุณ
               - ปรุงยาหอม ทำให้ชื่นหัวใจ  ดอกหอม รับประทานแล้วมีรสขมเล็กน้อย
               - แก้โรค เจ็บคอ เสมหะ บำรุงธาตุ
               - อบกลิ้นเสื้อผ้าให้มีกลิ่นหอมก้ได้
   
    วิธีต้มไว้รับประทาน
               - นำดอกการะเกด ไปต้มแล้วเคี้ยวไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้น้ำดอกการะเกด ที่ไม่ใสจนมากเกินไป ถ้าน้ำใสไปก็ให้เติมดอกลงไปเพิ่มอีก แต่ถ้าเข้มมากเกินไป จะต้องเติมน้ำ เคี้ยวต่อจนได้ที่แล้ว ก็จะมียาที่ดีๆไว้สำหรับทานแล้วนะค่ะ

เรียบเรียงโดย กายบำบัดโรค
ขอขอบคุณรูปภาพจาก http://www.manager.co.th
Read »

โรคหัวใจวาย ภัยร้ายใกล้ตัว


วันนี้มีวิธีสังเกตอาการของโรคหัวใจมาบอกคะ
     1.เหนือยง่ายเวลากำลังกาย เพราะหัวใจทำงานหนักสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่ายกายขณะที่เราออกกำลังกาย หัวจะทำงานหนักมาก กว่าเวลาปกติ เพราะออกกำลังกายถึงระดับหนึ่งจะเหนือยทันที แต่ในบางรายที่มีอาการเริ่มต้นของโรคหัวใจ แม้ออกกำลกายเพียงเล็กน้อยจะรู้สึกเหนือยผิดปกติอย่างที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เพราะฉนันหากออกกำลังกายแล้วเหนื่อยง่ายผิดปกติ ลองไปตรวจเช็คหัวใจดูกันนะคะ
   
     2.มีอาการเจ็บหน้าอกแน่นหน้าอก มักจะพบบ่อยในผู้ที่เป็นโรคหัวใจตีบต้น และไขมันในเลือดสูง หลอดเลือดอุดต้น อาที่กล่าวมานี้จะมีลักษณะเฉพาะ คือรู้สึกเหมื่อยหายใจอึดอัดและแน่นที่บริเวณกลางหน้าอก เหมือนมีอะไรทับอยู่ อาการจะแสดงให้เห็นในช่วงทำงานหนักเช่น ช่วงออกกำลังกาย หรือแรงมากๆค่ะ
   
     3.ภาวะหัวใจล้มเหลว เกิดจากการที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดให้ไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้อย่างเพียงพอ ซึ่งคนที่ป่วย จะมีอาการเหนื่อย แม้เพียงออกกำลังกายเพียงนิดเดียว หรือไม่ทำอะไรเลยก็เหนื่อย ในหากเกิดเป็นมากก็จะไม่สามารถนอนราบได้เหมือนคนปกติเลย เพราะจะรู้สึกเหนื่อยเวลาหายใจ
   
     4.หัวใจจะเต้นผิดจังหวะ ซึ่งโดยปกติคนเราจะเต้นอยู่ที่ 60-100 ครั้ง ต่อ นาที แต่คนที่มีหัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ที่ 150-250 ครั้ง ต่อนาที ซึ่งการเต้นไม่สม่ำเสมอนี้ ทำให้เหนื่อยง่าย หายใจไม่ทัน
      ดังนั้นโปรดสังเกตอาการแล้วอย่าลืมรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอนะค่ะ

เรียบเรียงโดย กายบำบัดโรค
ขอขอบคุณรูปภาพจาก http://www.manager.co.th
Read »

Copyright © กายบำบัดโรค

Designed by